บทความจากหนังสือ 

พระเจ้าเป็นเจ้าของบริษัท

โดย สแตนลี แทม

ความรอดทำให้เราคืนดีกับพระเจ้า แต่ในชีวิตของเราก็ยังมีสิ่งแปลกปลอมหลายอย่างปะปนอยู่ มีวิธีเดียว คือ ต้องใช้ไฟจึงจะขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้ และทำให้เราเป็นคนที่ใช้การได้ แต่บางครั้งเราบ่นว่าไฟนี้แรงเกินไป เราจึงต้องแทนด้วยการสรรเสริญแด่พระเจ้า
…แม้ว่าจะทดสอบอย่างไรก็ตาม เหวจะลึกอย่างไร และแม้ว่าพระองค์ยอมให้เราทนทุกข์ทรมาน ความรักของพระองค์จะไม่ห่างไปจากเราแน่นอน เมื่อก้อนเมฆสีดำหายไป เราก็จะเห็นสง่าราศึของพระองค์อีก

 

“ความเชื่อ”

ความเชื่อพร้อมกับพระวจนะของพระเจ้าในชีวิตของเรา

ก็เปรียบเหมือนกับก้อนหินที่ถูกเหวี่ยงออกไป

เพื่อจะทำลายอำนาจและอุปสรรค 

อีกทั้งเพื่อจะได้รับในสิ่งที่เราปรารถนา 

การใช้เชือกสลิงเหวี่ยงก้อนหินนั้นต้องออกแรงมาก 

และต้องกระทำอย่างแม่นยำ 

ให้เราได้เรียนรู้จักการปล่อยความเชื่อของเรา 

ดังเช่นที่ดาวิดได้เหวี่ยงก้อนหิน

ดิ่งตรงไปยังหน้าผากของยักษ์อย่างแม่นยำและรุนแรง

(ข้อคิด จากหนังสือ “ความเชื่อคือพลังเคลื่อนภูเขา” โดย ศจ.ดร.วีรชัย โกแวร์)

บทความจาก หนังสือ “ชนะ”

โดย ศจ.ดร. วีรชัย โกแวร์

ให้เราตระหนักเสมอว่า
ความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องมีสูตรเดียว
ผลลัพธ์ที่เป็น 4 ไม่จำเป็นต้องมาจาก 2+2 เท่านั้น
แต่สามารถมาจาก 3+1 หรือ 8-4 หรือ 5-1 ก็ได้
ฉะนั้น จงถอดกรอบความคิดแคบๆ
และกรอบความคิดในทางลบเกี่ยวกับตัวเองเสีย
จงมีความคิดที่เปิดกว้าง
รับเอาความคิดที่ถูกต้องตามหลักพระวจนะของพระเจ้ามาเป็นกรอบความคิดใหม่ของตัวเอง
เสียตั้งแต่บัดนี้
 
นั่นคือการเชื่อมั่นในพระเจ้า และเชื่อมั่นในตัวเอง
ที่พระเจ้าทรงสร้างมาอย่างดี และไม่มีใครเหมือน
โลกนี้จะดูกว้างใหญ่ และสวยงามกว่าที่คิดไว้อีกมากนัก

ความรัก

“แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ จะรู้ความล้ำลึกทุกอย่างและมีความรู้ทั้งสิ้น และแม้จะมีความเชื่อมากยิ่งที่จะย้ายภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย”
‭‭1 โครินธ์‬ ‭13:2
ความรัก เป็นเรื่องที่คริสเตียนพูดกันจนติดปาก แต่ในความเป็นจริงตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ ว่าเราทำมันด้วยความรักและความจริงใจรึป่าว
การงานใดๆที่ปราศจากความรักนั้นไม่มีค่าอะไรเลย
หลายครั้งเราอาจเบื่อ อาจเหนื่อยกับกิจกรรมที่เราทำ
ให้เราย้อนถามตัวเราเอง ว่าเรากำลังทำด้วยความรักมั๊ย
บางครั้งเราทำแล้วรู้สึกว่าไม่ได้อะไรกับตัวเองเป็นการทำให้ผู้อื่น ก็ให้ย้อนถามตัวเองว่า
ถ้าเรารักและอยากทำให้ผู้อื่นด้วยใจจริง
ตัวตนของเราความต้องการของเรา
ยังเป็นใหญ่กว่าความรักที่เราควรทำให้ผู้อื่นรึป่าว
สุดท้ายแล้วของประทานต่างๆ
ล้วนเทียบไม่ได้เลยกับคำว่า “ความรัก”
(Joyce)

“ธารพระพร”
ศจ.ดร.วีรชัย โกแวร์

“ที่กำบัง”

ดาวิดได้ยกเอาเรื่องมรสุมที่แปรปรวนทางธรรมชาติเปรียบเทียบกับมรสุมชีวิต  ทุกวันนี้เราพบความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงฤดูกาล เราเผชิญกับปัญหาโลกร้อน ปัญหาพายุที่มีความเร็วและความรุนแรง ทำลายชีวิตและทรัพย์สิ่งของ มีพายุและคลื่นทั้งใหญ่ทั้งสูงในทะเล เรือแตกอัปปางคร่าชีวิตผู้คนมากมาย

แต่มรสุมชีวิตได้คร่าชีวิตมากกว่ามรสุมทางธรรมชาติหลายเท่า มรสุมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเจอมรสุมทางเศรษฐกิจ บ้างก็เจอรมรสุมปัญหาครอบครอบ มรสุมการงาน มรสุมทางความคิด บ้างก็มรสุมโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า ฯลฯ ในเวลาที่เราเจอพายุใหญ่ เราต้องการความปลอดภัย ต้องการความมั่นคงเป็นที่กำบังซึ่งจะต้องแข็งแกร่งกว่าพายุ  เพื่อสามารถปกป้องคุ้มครองชีวิตให้ปลอดภัยได้

เราพบว่า มรสุมชีวิตที่พัดกระหน่ำมันรุนแรง จนนักจิตวิทยาที่เก่งๆ ก็หมดปัญญา แม้จะพยายามเอาชนะด้วยความคิดทางบวกก็ต้านไม่อยู่  ดังนั้นหลายคนหันไปหายาเสพติด ยากล่อมประสาท ยาปลุกประสาท เข้าหาของมึนเมา แต่ก็ไร้ผลและน่าเสียดายที่สุดก็คือ การประชดชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในหลายรูปแบบ 

ดาวืดบอกถึงประสบการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชีวิตเป็นมรสุมและพายุร้ายในชีวิต สิ่งที่ดาวิดทำคือ รุดหาที่กำบังของท่าน คือ พระเจ้า ผู้ที่เป็นดั่งภูพาที่ไม่มีพายุร้ายใดๆ อาจเคลื่อนพระศิลาอันมั่นคงนี้ได้เลย

พี่น้องผู้อ่านที่รัก  ท่านอาจกำลังเผชิญปัญหากับลมและพายุ ถ้าเป็นลมแรงธรรมดา ท่านอาจจะยังเดินต่อไปได้ แต่ถ้าลมถูกเปลี่ยนเป็นพายุ ท่านต้องการที่หลบภัย พระเยซูคริสต์ คือศิลาอันมั่นคง เข้ามาหาพระองค์ พึ่งพระองค์ พักในพระองค์ ชีวิตจะปลอดภัย พระเยซูคริสต์ตรัสว่า  “บรรดาผู้ลำบากเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเราและเราจะทำให้ท่านพักสงบ”

วันนี้ขอให้ทุกท่านพบความสงบ พบความผาสุขและหายจากความเห็ดเหนื่อยของชีวิต